アンタの笑顔を 見たいな...
2010/01«│ 2010/02| 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 »2010/03
文字色の変化のON/OFFが出来ます。文字サイズ文字サイズ:大文字サイズ:中文字サイズ:小
--/--/--
--:--:--
上記の広告は1ヶ月以上更新のないブログに表示されています。
新しい記事を書く事で広告が消せます。

Category:スポンサー広告│ コメント:--│ トラックバック :--
11:48:46
คิมจุนซู คิมแจจุง พัคยูชอน แห่ง ดงบังชินกิ (TVXQ!) แถลงข่าว กรณีคดีความต่อต้นสังกัด SM Entertainment

1. หลังจากเดบิวได้ 5 ปี สมาชิกทั้ง 3 คน ได้เหนื่อยหล้าทั้งด้านร่างกายและจิตใจ จากการควบคุมในกระบวนการแต่างๆจากทางต้นสังกัดแต่เพียงฝ่ายเดียว

คิมจุนซู คิมแจจุง พัคยูชอน เป็นสมาชิกดงบังชินกิตั้งแต่ต้นปี 2547 มาจนถึงตอนนี้ ภายใต้คำสั่งของ SM ให้เดินทางระหว่าง เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ในระยะเวลา 1 ปี จากตารางงานที่หนาแน่นนอกจากเวลาเพียง 1 สัปดาห์แล้ว พวกเราได้มีเวลานอนเพียง 3-4 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ทำให้สมาชิกทั้งสามคนมีสุขภาพที่แย่ลงมากรวมถึงทางด้านจิตใจก็มี ความเหนื่อยหล้าเช่นเดียวกัน ทางด้าน SM ในขณะที่พยายามให้ ดงบังชินกิ ทำกิจกรรมในต่างประเทศมากยิ่งขึ้นความสำเร็จในกิจกรรมเหล่านั้นก็จะลดน้อยลง สุดท้ายแล้วสมาชิกทั้ง 3 รู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้กำลังเดินตามความฝันภายใต้ SM แต่พวกเขากำลังกลายเป็นเครื่องมือเพื่อใช่หาเงินให้กับบริษัท พวกเขาเพียงแค่หวังว่าจะสามารถทำกิจกรรมในวิสัยทัศน์ของตัวเองเท่านั้น

2. สำหรับสัญญาระยะเวลา 13 ปี นั่นหมายถึงสัญญาทาสตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตามเมื่อพูดถึงสัญญาแต่เพียงผู้เดียวที่มีระยะเวลา 13 ปี แต่เมื่อรวมระยะเวลาในการที่ต้องไปเป็นทหารจะทำให้เวลารวมนั้นกลายเป็น 15 ปีในทันที และจนถึงเวลานี้ก็ยังเหลือเวลาอีกกว่า 10 ปี นั่นจะกลายเป็นความจริงที่ว่าพวกเขาจะไม่สามารถลาออกได้จนกว่าจะถึงเวลานั้น , ถ้าพวกเขาต้องการจะถอนสัญญา พวกเขาจะต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวน 3 เท่าจากเงินลงทุน และ 2 เท่าจากรายได้ที่พวกเขาทำได้ และจากจำนวนเงินนี้เองอาจจะสูงกว่า 1,000 ล้านวอน และด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากอยู่ภายใต้สัญญาของ SM

3. สมาชิกไม่ได้รับการดูแลที่ดีจาก SM เท่าที่ควรจากการทำงานอย่างหนัก

ถึงแม้ว่าตลอดระยะเวลาการอยู่ภายใต้สัญญาของ SM พวกเขาก็ยังคงไม่ได้รับการดูแลที่ดีอีกด้วยเช่นกัน พวกเขาไม่ได้รับเงินจากการทำสัญญา และเมื่อดูถึงส่วนแบ่งรายได้จากผลงานในอัลบั้ม เดิมที่นั้น ในสัญญาบอกเอาไว้ว่าถ้าพวกเขาสามารถขายอัลบั้มได้ 500,000 ชุด พวกเขาจะได้รับส่วนแบ่งเมื่อจำหน่ายอัลบั้มถัดไปจำนวน 10 ล้านวอนต่อ 1 คนเพียงแค่นั้น แต่ถ้าจำหน่ายอัลบั้มได้ต่ำกว่า 500,000 ชุดพวกเขาจะไม่ได้รับส่วนแบ่งใดๆ แต่ข้อสัญญานี้ได้ถูกปรับไปเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2552 แต่ถึงกระนั้นสมาชิกแต่ละคนก็ยังจะได้ส่วนแบ่งจากอัลบั้มเพียง 0.4% ~ 1% เท่านั้น

4. จากความไม่เป็นธรรมในสัญญาสมาชิกได้พยายามมีข้อเรียกร้องอยู่หลายครั้ง แต่ทางด้าน SM ไม่ยอมเจรจาและรับฟังต่อคำร้องขอแต่อย่างใด

ในสถานการณ์นี้สมาชิกเคยเรียกร้องหลายครั้งให้มีการยุติสัญญาลงเพื่อพวก เขาเองจะได้ทำกิจกรรมภายใต้วิสัยทัศน์ของตนเองอยู่หลายครั้ง แต่ทางด้าน SM เองพยายามเบี่ยงเบนประเด็นไปเข้าเรื่องของบริษัทเครื่องสำอางค์ของทั้ง 3 คนซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหานี้แต่อย่างใด ดังนั้นสมาชิกทั้ง 3 จึงมีความเชื่อว่าถ้าอย่างน้อยพวกเขาเปิดโต๊ะเจรจากันทั้ง 2 ฝ่ายก็น่าจะบรรลุความประนีประนอมต่อทั้งคู่ได้จนถึงกับเสนอสถานที่เพื่อการ เจรจานี้โดยเฉพาะอีกด้วย แต่ SM ไม่เพียงไม่สนใจในเรื่องนี้แล้วเท่านั้น จากการวางทีท่าในอดีตที่ผ่านมาก็ดูเหมือนว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขา จะทำให้เกิดการพูดคุยระหว่าง SM และนี่เองเป็นสาเหตุที่พวกเขาทั้ง 3 คนตัดได้สินใจเข้าสู่กระบวนการคดีความ

5. การลงทุนในบริษัทเครื่องสำอางค์เป็นสิ่งที่พวกเขาทำนอกเหนือจากกิจกรรมใน ฐานะคนบันเทิง ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความในครั้งนี้ จุดสำคัญของการฟ้องร้องในครั้งนี้คือความไม่เป็นธรรมในสัญญาแต่เพียงผู้ เดียว

ในขณะที่ SM ได้เปิดแถลงเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าสมาชิกทั้ง 3 คนยื่นเรื่องฟ้องศาลจากกรณีปัญหาบริษัทเครื่องสำอางค์ของพวกเขา อย่างไรก็ตามประเด็นเรื่องการลงทุนในบริษัทเครื่อสำอางค์นั้นไม่มีส่วน เกี่ยวข้องต่อการฟ้องร้องในครั้งนี้แต่อย่างใด โดยทางด้าน SM ได้พูดถึงบริษัทเครื่องสำอางค์ในประเทศจีนที่สมาชิกทั้ง 3 คนได้ลงทุน แต่สำหรับเรื่องนี้ถือเป็นการลงทุนด้วยเงินทุนส่วนตัว ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับกิจกรรมในฐานะคนบันเทิง และด้วยเหตุนี้เองถ้าคิดแบบพื้นๆเลยคงไม่มีใครบอกได้ว่า ดงบังชินกิ ควรจะสูญเสียทุกอย่างหลังจากที่เขาต้องผ่านการทำงานกันอย่างหนัก เพียงแค่ใช้เงินส่วนตัวลงทุนประมาณ 100 ล้านวอนในธุรกิจเครื่องสำอางค์ในประเทศจีนใช่ไหมครับ ประเด็นปัญหาจริงๆแล้ว สมาชิกได้เห็นความไม่ยุติธรรมในสัญญาแต่เพียงผู้เดียวของพวกเขา ทาง SM ต้องเลิกเบี่ยงเบนประเด็นไปยังเรื่องราวของบริษัทเครื่องสำอางค์ เพราะมันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเรื่องนี้

6. บรรดาสมาชิกไม่เคยแม้แต่ต้องการที่จะแยกวง สิ่งที่ต้องการมีเพียงการปลดแอกตัวเองจากสัญญาเหล่านี้

พวกเขาทราบดีกว่าหลังจากมีข่าวคดีความนี้ทำให้แฟนๆหลายคนวิตกกังวลเกี่ยว กับการแยกวง อย่างไรก็ตามคดีความนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการแยกวงแต่อย่างใด แม้ว่าในขณะนี้จะมีเพียงสมาชิก 3 คนที่ดำเนินคดีความเนื่องจากความคิดเห็นที่แตกต่างในกระบวนการกันไปบ้าง แต่ท่ามกลางสมาชิกเองกันแล้วไม่ได้มีปัญหากันแต่อย่างใด สิ่งที่อยู่ในใจพวกเขาคือการรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้กับแฟนๆและรวมกันเป็น หนึ่งเดียวตลอดไป สำหรับในครั้งนี้ถ้าพวกเขาสามารถแก้ไขสัญญาที่ไม่เป็นธรรมนี้ได้ พวกเขาก็จะสามารถกำหนดเส้นทางในฐานะนักร้องตามที่ต้องการได้เช่นกัน สมาชิกทุกคนเชื่อว่าเมื่อพวกเขาผ่านเหตุนี้เหล่านี้ไปได้พวกเขาจะสามารถรวม กันเป็นหนึ่งเดียวและยืนต่อหน้าแฟนเพลงทุกๆคนบนเวทีได้อย่างกล้าหาญ

7. นี่คือโอกาสที่จะทำให้พวกเขาเติบโตขึ้น

ท่ามกลางความห่วงใย ดงบังชินกิ จากแฟนๆทุกคน สมาชิกทั้ง 3 คนรู้สึกเสียใจที่ทำให้แฟนๆต้องตกใจจากคดีความที่เกิดขึ้น แต่พวกเขาคิดว่าเรื่องราวครั้งนี้มันจะสามารถทำให้พวกเขาเดินทางสู่ความฝัน อันยิ่งใหญ่ และถ้าได้รับการสนับสนุนจากแฟนๆ พวกเขาให้สัญญาว่าจะตอบแทนด้วยการกลับมาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่เติบโตขึ้น มากกว่าเดิม

2009. 8. 3.
นักร้อง ดงบังชินกิ ยองอุงแจจุง มิคกี้ยูชอน เซียจุนซู

SM แถลงกรณีจดหมายเปิดผนึก คิมจุนซู คิมแจจุง พัคยูชอน เมื่อเช้าวันที่ 3 สิงหาคม 2552

หลังจากที่ ดงบังชินกิ (TVXQ!) พัคยูชอน คิมจุนซู และ คิมแจจุง แถลงข่าวอย่างเป็นทางการกรณีสัญญาไม่เป็นธรรมจากต้นสังกัด เมื่อ 3 สิงหาคม 2552 เวลา 11.00 น. ล่าสุดช่วงเย็น SM Entertainment ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการในเบื้องต้น

ในวันนี้ SM ส่งเอกสารมายังสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงในประเด็นต่างๆ

1. สัญญาไม่เป็นธรรม / ถ้าขายอัลบั้มได้น้อยกว่า 5 แสนชุดจะไม่ได้ส่วนแบ่ง

ตลอดการเดบิวจนถึงเดือนกรกฏาคม 2552 ดงบังชินกิ ได้ส่วนแบ่งทั้งหมด 1.1 หมื่นล้านวอน (ส่วนแบ่งรายได้ 9.2 พันล้านวอน + เงินล่วงหน้า 1.77 พันล้าน) ซึ่งรวมถึงรถยนต์ต่างชาติสุดหรูที่เราได้มอบให้พวกเขา (เป็นโบนัสที่อยู่นอก เหนือในเอกสารสัญญา) แม้ว่าตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาหลังจาก ดงบังชินกิ เดบิว การเงินของบริษัทจะไม่สู้ดีมากนัก ซึ่งนี่ยังไม่ได้นับรวมรายได้ปลีกย่อย เช่น การเป็นตัวแทนของแบรนด์, ถ่ายโฆษณา, งานอีเวนท์ต่างๆ รวมถึง งานถ่ายอัลบั้มภาพ ที่พวกเขาจะสามารถทำเงินจากตรงจุดนี้เพิ่มได้อีก

2. สัญญาไม่เป็นธรรม / มีเวลานอนเพียง 3~4 ชั่วโมงต่อวันจนทำให้สุขภาพแย่

เรื่องสุขภาพของพวกเขารวมถึงเรื่องตารางการทำงาน เราได้เคยพูดคุยกับเขาแล้วและผลตอบรับที่ได้คือ มันพอเพียง

3. เรื่องเกี่ยวกับบริษัทเครื่องสำอางค์ / ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีความในครั้งนี้

ถ้ามองความจริงของคดีนี้ให้ดีๆ เรื่องนี้กลับเป็นประเด็นเหตุผลหลักเลยทีเดียว
ผู้ที่ได้เข้าร่วมในธุรกิจเครื่องสำอางค์จริงๆแล้วก็มีแค่สมาชิก 3 คนเท่านั้นซึ่งมันเห็นได้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว
จากความเข้าใจในความจริงที่ว่าพวกเขาได้ใช้รูปภาพรวมถึงได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆนั้น
เพื่อการปกป้องภาพลักษณ์ของดงบังชินกิและความเสียหายต่อตัวสมาชิกทำให้เราต้องรีบดำเนินการอย่างเร็วที่สุด

4. สัญญา 13 ปี / สัญญาทาส

ถ้าอ้างอิงจาก FTC (Fair Trade Commission / คณะกรรมการการค้ายุติธรรม) ไม่มีบทบัญญัติไหนได้กล่าวไว้ว่าห้ามทำสัญญาเกิน 7 ปีกับนักร้อง
รวมถึงก็ไม่มีบทบัญญัติไหนที่จำกัดว่าในระหว่างระยะเวลาสัญญาห้ามนักร้องทำกิจกรรมในต่างประเทศ
เราได้เคยปรับแก้รายละเอียดสัญญามาแล้วทั้งหมด 5 ครั้งหลังจากการเซ็นสัญญาครั้งแรก
ท่าม กลางการแก้ไขจำนวน 2 ครั้ง พูดถึงการชดเชยค่าความเสียหาย ซึ่งการแก้ในครั้งนั้นเราได้รับการตรวจพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการการค้า ยุติธรรมอย่างถูกต้อง
ที่เหลือ 3 ครั้งเป็นการแก้ไขในเรื่องของส่วนแบ่งรายได้และการต่อสัญญาใหม่
การ แก้ครั้งนี้ทำไปเมื่อเดือนมกราคม 2547 ตอนที่พวกเขาเดบิว และการแก้อีก 2 ครั้งได้ทำไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550 และ กุมภาพันธ์ 2552

5. เรียกร้องให้แก้ไขสัญญา / จากสัญญาที่ไม่เป็นธรรมได้มีการเรียกร้องให้แก้ไขแต่เราไม่ตอบรับ

เราได้รับการพิสูจน์จากใบแจ้งความแล้วว่าเอกสารข้อเรียกร้องเพื่อให้ สัญญานี้เป็นโมฆะถูกส่งผ่านไปยังสำนักกฏหมายเป็นครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2552

6. การจัดการในคดีความ

เราจะเจรจากับทางสำนักกฏหมาย รวมถึงสมาชิกทั้ง 3 คนเพื่อหาข้อยุติให้เร็วที่สุด

credit: www.pingbook.com